<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่ออายุ&#039;บ่อแก้ว&#039;ชุมชน- รัฐ ใครมาก่อน ชี้บทพิสูจน์ฝีมือ&#039;ตระกูลศิลปอาชา&#039;เลือกน้ำตาหรือชัยชนะให้ชาวบ้าน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62- &amp;nbsp;ที่ชุมชนบ่อแก้ว อ.คอนสาร &amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ คณะทำงานยุทธศาสตร์ทรัพยากรธรรรมชาติและสิงแวดล้อมนำโดยน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา &amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอำนาจหน้าที่ในการประสานงานในหน่วยงานองค์กรต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษา พิจารณาวิเคราะห์กลั่นกรองงาน รวมทั้ง เสนอความคิดเห็น ให้คำปรึกษาแนะนำ และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบหมาย ได้ลงพื้นที่มาพบเจอชาวบ้านหมู่บ้านบ่อแก้ว อ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ก่อนที่ชาวบ้านจะถูกหมายบังคับคดีจากการฟ้องร้องขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ &amp;nbsp;(อ.อ.ป.)ในวันพรุ่งนี้ 27ส.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่ น.สกัญจนาเดินทางมาถึง นายนิด ต่อทุน ตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนบ่อแก้วที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือให้หลายหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาให้ ได้บอกเล่าถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านให้กัญจนาทราบโดยระบุว่า พื้นชุมชนบ่อแก้วนั้นเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านได้อยู่ทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษตั้งแต่ปี พ.ศ.2496 จนกระทั่ง ปีพ.ศ.2516 รัฐบาลได้ประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภูซำผักหนามทับที่ทำกินของชาวบ้าน และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป.ก็ได้ เข้ามาดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าคอนสาร เนื้อที่ 4,401 ไร่ โดยได้นำไม้ยูคาลิปตัสมาปลูกเป็นแปลงป่าและฟ้องร้องขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ทำกินของตนเอง โดยขณะนี้มีชาวบ้านซึ่งเป็นผู้เดือดร้อนกว่า 103 ราย ซึ่งชาวบ้านเหล่านี้ถือครองที่ดินทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายปุ่น พงษ์สุวรรณ ตัวแทนชาวบ้านกล่าวกับน.ส.กัญจนา ว่า ตนเองสู้เรื่องนี้มายาวนาน เดินทางไปกรุงเทพบ่อยครั้งมาก จนตอนนี้จะสู้ไม่ไหวแล้ว เรามีมติแล้วว่าให้ยกเลิกสวนป่าคอนสาร ที่ทับที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งทุกคนทุกรัฐบาลก็เห็นเหมือนกัน แต่ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป.ก็ไม่ยอม แล้วยังสั่งฟ้องบังคับคดีพวกตนด้วย ทำให้พวกตนไม่ได้ทำมาหากินอะไรเลย มีแต่สู้อย่างเดียว และลูกหลาน ก็อดๆอยากๆ การทำงานของเราก็ไม่เป็นปกติ ทุกข์ทรมานมาก จนไม่มีอะไรที่ทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้แล้ว จึงอยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาพวกเราให้จบสิ้นโดยเร็ว อย่าให้พวกตนไปติดคุกติดตาราง เพราะข้อเท็จจริงทุกอย่างชัดเจนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้วยังมีชาวบ้านจำนวนมากที่เป็นผู้เดือนร้อนได้นำเอกสารหลักฐานการสิทธิทำกินมาให้น.ส.กัญจนาได้รับทราบด้วย หลังจากรับฟังคำบอกเล่าจากชาวบ้านแล้ว น.ส.กัญจนา ได้ตอบกลับชาวบ้านว่า เป้าหมายที่มาในครั้งนี้ อยากให้ชาวบ้านทุกคน อยู่กับป่าได้อย่างมีความสุข ภาครัฐเคยสัญญาอะไรไว้ก็ให้ว่าเป็นแบบนั้น ถ้าเราเคยอยู่มาก่อน แล้วมีการประกาศป่าสงวนทับที่ดินทำกินของเรา ถ้าจะมีการไล่เราอย่างไม่เป็นธรรม ถือว่าไม่ถูกต้อง ส่วนตัวเคยพูดเสมอว่า รัฐบาลที่ดีต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไม่นำความดือดร้อนมาให้ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย จะให้เราออกไปอย่างไม่เป็นธรรม เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งนายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ที่เป็นน้องชาย ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง &amp;nbsp; เมื่อเดือนที่ผ่านมา เป้าหมายแรกที่ต้องการทำคือการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนที่ยากจน และชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และในขณะเดียวกันต้องรักษาผืนป่าไปด้วย ซึ่งเราได้ตั้งคณะทำงาน ของรัฐมนตรีขึ้นมา ซึ่งจะเป็นผู้ทำงานลงลึกในแต่ละด้าน รวมทั้งดูแลปัญหาที่ดินทำกินของประชชาชนด้วย ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรกวันที่ &amp;nbsp;30ส.ค. นี้ ปัญหาชาวบ้าน คอนสาร ก็จะนำเข้าที่ประชุมด้วย และจะมีคณะย่อยลงมาพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;เบื้องต้นยืดเวลาออกไปอีก 1 เดือน ระหว่างนี้ก็จะแก้ปัญหาให้ชาวบ้านไปด้วย นี่คือเป้าหมายและเจตนารมณ์ที่มาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างนี้ตัวแทนชาวบ้านหลายคน พยายามบอกน.ส.กัญจนาว่า กลัวจะเป็นเหมือนเดิม เพราะทุกรัฐบาล ก็ให้คำมั่นสัญญา แต่ไม่ทำตามที่สัญญาที่ให้ไว้ สุดท้ายก็ต้องมีการต่อสู้ เพื่อทวงสิทธิที่ดินทำกิน จนเกิดความยืดเยื้อ ซึ่ง น.ส. กัญจนา ตอบว่า ให้ดูเรื่องการกระทำเป็นหลัก อย่าไปเชื่อคำพูดใครอีก เพราะทราบว่าชาวบ้านก็ได้รับฟังคำพูดคนอื่นมาเยอะแล้ว จึงอยากให้ดูที่การกระทำไม่ต้องเชื่อตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่พูดคุยกับชาวบ้านบ่อแก้วเสร็จตัวแทนจาก อ.อ.ป.ที่เป็นโจทก์ได้ยื่นฟ้องชาวบ้านได้เดินทางเข้ามาร่วมรับฟังการพูดคุยของชาวบ้านและน.ส.กัญจนาด้วย โดย นายปราโมทย์ ผลภิญโญ ที่ปรึกษาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานได้สอบถามกับทางอ.อ.ป. ว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมาเวลามีคำถามไปที่อ.อ.ป. ถึงการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ อ.อ.ป.จะให้คำตอบว่าอำนาจตัดสินใจของทางอ.อ.ป.ก็แล้วแต่ทางนโยบายจะทำอย่างไร ถ้านโยบายบอกอย่างไรก็ทำแบบนั้น ถ้าให้ยกเลิกก็จะยกเลิก &amp;nbsp;พร้อมเผยว่า สมัยที่รองผู้อำนวยการ อ.อ.ป. พูดเมื่อ ปี พ.ศ.2552 บอกว่าอ.อ.ป.ไม่มีปัญหา สุดแล้วแต่ทางนโยบาย ซึ่งเป็นรัฐบาลสมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดย มอบหมายให้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ลงมาที่พื้นที่ และมีความเห็นพ้องร่วมกัน ว่าจะนำพื้นที่ 1,500 ไร่ มาดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วย เรื่องการจัดฉโนดที่ดินชุมชน กระทั้งปี พ.ศ. 2554 มีเอ็มโอยูหรือข้อตกลงร่วมกัน ระหว่าง อ.อ.ป.กับชาวบ้าน วันที่ 2 มีนาคม 2554 เรื่องการไม่เร่งรัดบังคับคดี ที่ดินจำนวน 1,500 &amp;nbsp;ไร่ และเรื่องการจัดโฉนดชุมชน โดยให้ทุกฝ่ายลงมาพื้นที่ร่วมกัน จนดูพื้นที่ได้ 4แปลง เป็นพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ จากนั้นก็มีการยุติลง จนล่าสุดชาวบ้านและเครือข่ายกว่า 31 คนก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและจะถูกหมายบังคับคดีให้ออกจากพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ คือ วันที่ 27 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้นายปราโมทย์และตัวแทนชาวบ้าน ได้นำเอกสาร การเสียภาษีที่ดิน ตั้งแต่ปี 2496 มาให้น.ส.กัญจนา ดู โดย น.ส.กัญจนา ได้พิจารณา พร้อมระบุว่า ชาวบ้านก็มีการเสียภาษีที่ดินถูกต้องตามเอกสาร ทำไมถึงมีการไล่ที่ชาวบ้านอีก &amp;nbsp; จึงหันไปถามตัวแทนอ.อ.ป.โดยตัวแทนอ.อ.ป.ชี้แจงว่า เรื่องนี้มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น โดยผ่านกระบวนการทางศาล &amp;nbsp;เราจึงจัดกำลังมาที่พื้นที่ ตั้งแต่ปี 2552 และเราพยายามเจรจา แต่ก็ถูกต่อต้าน จนศาล ตัดสินเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ปี 2553 ให้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกทั้งหมด ซึ่งเราทำตามคำสั่งศาล ซึ่ง น.ส.กัญจนา แย้งว่า เรื่องนี้ทราบว่า ก่อนหน้านี้ อ.อ.ป.ได้เคยออกกสำรวจพื้นที่ทำกินของชาวบ้านแล้ว และก็ มีหลักฐานชัดเจนว่าชาวบ้านอยู่มาก่อน แล้วทำไมยังไปฟ้องร้องชาวบ้าอีก &amp;nbsp;แบบนี้คืออะไร ซึ่งอ.อ.ป.ชี้แจงว่า มีการพบชาวบ้านบางส่วนเป็นครอบครัวขยายและทำการรุกล้ำที่ดิน &amp;nbsp;จึงต้องมีการไล่ที่เรียกคืน ตรงนี้ ทำให้ชาวบ้าน ลุกขึ้นแย้งว่า อ.อ.ป.ไม่ได้พูดจากข้อเท็จจริง ชาวบ้านที่นี่ อยู่มาตั้งแต่ดั้งเดิม ตั้งแต่บรรพบุรุษ ไม่ใช่ครอบครัวขยายตามที่กล่าวอ้าง สิ่งที่จะถาม ที่ผ่านมีมติจากคณะทำงานในหลายชุด มีคำสั่งยกเลิก สวนป่าคอนสาร &amp;nbsp;แต่ทำไมอ.อ.ป.ไม่ปฏิบัติตาม ที่ต้องจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น น.ส.กัญจนา ย้ำถามกับอ.อ.ป.ในประเด็นที่ชาวบ้านถาม อ.อ.ป.ตอบว่า ตนเองไม่ทราบว่ามติคณะทำงานในชุดนั้น ไม่ทราบว่ามีมติออกมาแบบนี้ ซึ่งขณะนั้น ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม จึงขอสงวนความเห็น ท้ายสุดน.ส.กัญจนา ได้กล่าวว่าแต่มันเป็นมติในที่ประชุมว่า แต่ทุกฝ่ายมีความเห็นเป็นของตัวเอง ถ้าเถียงกันไปมาเรื่องก็ไม่จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงตรงนี้ ชาวบ้านก็ลุกขึ้นมาพูดด้วยความกังวล ว่าในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ทางอ.อ.ป.จะมาไล่ที่ จึงอยากขอความชัดเจน และเรียกร้องให้ ทางอ.อ.ป.ประสานไปยัง กรมบังคับคดี ยุติการไล่ที่ชาวบ้านในวันที่ 27 ส.ค.นี้ เมื่อถึงตรงนี้ น.ส.กัญจนา ได้ต่อสายตรงไปยัง ผู้อำนวยการอ.อ.ป.ให้เร่งประสานไปยังกรมบังคับคดี ซึ่งทางผู้อำนวยการ อ.อ.ป.ก็รับปาก จากนั้นน.ส.กัญจนา &amp;nbsp;ก็ให้การยืนยันกับชาวบ้านว่า เมื่อมีการเร่งประสานให้แล้ว จึงขอให้ใช้ชื่อของตัวเองเป็นประกันได้ ขณะเดียวกันชาวบ้านก็กังวลว่า เมื่อมีการประสานไปยังกรมบังคับคดีแล้ว อยากให้ส่งกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร มาให้ชาวบ้านเพื่อความอุ่นใจ โดยน.ส.กัญจนาก็รับปาก จากนั้น น.ส.กัญจนา กล่าวว่า &amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;30 ส.ค.จะมีการประชุมคณะทำงาน ที่คณะรัฐมนตรีตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาป่าคอนสารและป่าไทรทอง โดยระหว่างนี้ขอให้มีการยืดเวลาบังคับคดีชาวบ้านออกไป 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันที่ 27 สิงหาคมนี้ห้ามมีการขับไล่ชาวบ้านเพราะอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหา ถ้ากฎหมายมันบีบราษฎรก็ไม่ควรใช้กฎหมายนั้นแต่เราควรทำภายใต้การปกครองที่อยู่กันอย่างมีความสุขเรื่องนี้มันเกิดขี้นมานานแล้วแต่แก้ไขอย่างไรก็ไม่จบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัญจนา ระบุด้วยว่า การประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์ฯในวันที่ 30 ส.ค.นี้จะมีการพิจารณาดูว่าพื้นที่ 830 ไร่ที่มีการขอกันพื้นที่ออกมาทำกิน จะสามารถให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินได้เลยหรือไม่ ขณะที่นายสมศักดิ์กล่าวยืนยันว่า วันที่ 27 ส.ค. นี้จะไม่ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีชาวบ้านแต่จะเลื่อนออกไป &amp;nbsp;30 วัน ตามที่คณะกรรมการยุทธศาตร์ร้องขอ ขอให้ชาวบ้านสบายใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ปราณม สมวงศ์ ตัวแทนจากองค์ Protection Internationnal ทีทำงานด้านการปกป้องและคุ้มครองนักปกป้องเสิทธิมนุษยชนกล่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่า ถึงแม้ที่ปรึกษาคณะทำงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;จะแจ้งให้ทราบว่า มีการชะลอการบังคับคดีออกไป แต่การบังคับคดี ยังอยู่ที่สำนักงานบังคับคดี &amp;nbsp;ซึ่งต้องมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร จากโจทย์ที่ยื่นฟ้องก็คือ อ.อ.ป. ล่าสุด อ.อ.ป. ยังไม่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ไปยัง กรมบังคับคดี ตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่ออย่างใด &amp;nbsp; ดังนั้น ชีวิตชาวบ้านบ่อแก้ว จึงยังมีความไม่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายปราโมทย์ ผลภิญโญ ที่ปรึกษาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กล่าวว่า หลังจากนี้ เราจะดำเนินการ 2 ส่วน โดยวันพรุ่งนี้เราจะจัดกำลังเฝ้าระวังจนกว่าจะมีความมั่นใจ ว่าอ.อ.ป.ประสานไปยังกรมบังคับคดี ที่มีลายลักษณ์อักษรชัดเจน และภายใน 1 เดือนนี้ ที่น.ส.กัญจนา ให้คำมั่นกับชาวบ้านว่า จะมีการเลื่อนบังคับคดี พร้อมทั้งตั้งชุดทำงานมาศึกษาเรื่องนี้ เราก็จะนำแผนการจัดการที่ดินชุมชน 830 ไร่ ที่เราเคยแสนอมาก่อนหน้านี้แล้ว เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งชาวบ้านที่เดือดร้อน จะติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไป และอยากเชิญชวนทุกท่านมาให้กำลังใจชาวบ้านในวันพรุ่งนี้ที่จะยังปักหลักเฝ้าระวังในชุมชนต่อไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44319</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนบ่อแก้ว จ.ชัยภูมิ, ซำผักหนาม, น.ส.กัญจนา  ศิลปอาชา, นายวราวุธ ศิลปอาชา, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d639f154203e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หนูนา&#039;นำทีมชทพ.อ้อนคนอีสานเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.10 เขตขอนแก่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62- ที่ลานหมอนขิต บริเวณริมบึงแก่นนครเขตเทศบาลนครขอนแก่น น.ส.กัญจนา &amp;nbsp;ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นำผู้บริหารพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ &amp;nbsp;นายวราวุธ &amp;nbsp;ศิลปอาชา ประธานโยบายพรรคฯ,นายนิกร &amp;nbsp;จำนง ผู้อำนวยการพรรคฯและนายประภัตร &amp;nbsp;โพธสุธน เลขาธิการพรรคฯ ลงพื้นที่พบประชาชนชาวขอแก่นและเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของจังหวัดขอนแก่น ใน 10 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 41 ของ จ.ขอนแก่น ที่พรรคได้ตัดสินใจ ส่ง นางลักษณา &amp;nbsp;แกล้วกล้าหาญ ภรรยาของนายประจักษ์ &amp;nbsp;แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่พรรคตั้งความหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมีประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมรับฟังการปราศรัยรวมกว่า 2,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกัญจนา กล่าวว่า ในการลงพื้นที่หาเสียงทุกครั้งที่ผ่านมาจะเดินทางไปพร้อมกันกับคุณพ่อ คือนายบรรหาร &amp;nbsp;ศิลปอาชา แต่วันนี้คุณพ่อท่านได้เสียชีวิตแล้ว ทำให้คนในครอบครัวศิลปอาชาและผู้บริหารของพรรคและสมาชิกพรรคทุกคนที่มีอยู่ทั้งประเทศนั้นจะต้องทำหน้าที่แทนคุณพ่อและทำงานทางการเมืองเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป การลงพื้นที่หาเสียงและเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนาในพื้นที่ภาคอีสานนั้นได้กำหนดตารางกิจกรรมในวันนี้และวันพรุ่งนี้เริ่มจากที่ขอนแก่น ต่อด้วย อุดรธานี,หนองคายและบึงกาฬ โดยจากการลงพื้นที่ที่ จ.ขอนแก่น นั้นเป็นครั้งแรกของการเปิดเวทีปราศรัยในเขตเมืองซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาได้รับการสนับสนุนและเสียงตอบรับจากคนในพื้นที่ที่ดีมากและที่สำคัญการทำงานทางการเมืองของพรรคชาติไทยพัฒนาในพื้นที่ภาคอีสานนั้นอบอุ่น และทุกคนเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมานั้นพรรคชาติไทย เคยมีอดีตที่น่าจดจำที่ขอนแก่น คือการมีที่นั่ง ส.ส. แล้ว ถึง 2 คน ใน 2 เขตเลือกตั้ง วันนี้พรรคจึงมีความหวังในการได้กำลังใจจากคนขอนแกนเลือกผู้สมัครของพรรค ที่ทุกคนนั้นตั้งใจมาทำงานทางการเมือง มาทำงานตามอุดมการณ์ที่พรรคได้วางเอาไว้ ดูได้จากผลงานนโยบายและหลายผลงานของพรรคตลอดทั้งช่วงที่ผ่านมา &amp;nbsp;และที่สำคัญวันนี้ได้มาขอนแก่นพรรคยืนยันชัดเจนว่าจะให้การสนับสนุนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารางเบา และโครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ขอนแก่นนั้นเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางในระดับภูมิภาคที่มีความเพรียบพร้อมและตอบโจทย์ถึงความต้องการของประชาชนในทุกมิติให้ได้อย่างครอบคลุม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28820</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, จ.ขอนแก่น, น.ส.กัญจนา  ศิลปอาชา, พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.), หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c610d2714af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
